|
| ๓. | ธรรมทำให้งาม ๒ |
| ๑. | ขันติ ความอดทน |
| ๒. | โสรัจจะ ความสงบเสงี่ยม |
| ๔. | ธรรมทำให้ประเสริฐ ๒ |
| ๑. | วิชชา ความรู้ดี |
| ๒. | จรณะ ความประพฤติดี |
| ๕. | ธรรมที่นำไปสู่ความดับทุกข์ ๒ |
| ๑. | สมถะ ความสงบระงับแห่งจิต |
| ๒. | วิปัสสนา ปัญญาอันเห็นแจ่มแจ้ง |
| ๖. | ธรรมที่นับเป็นความดับทุกข์ ๒ |
| ๑. | วิชชา ความรู้ดี |
| ๒. | วิมุตติ ความหลุดพ้น |
| ๗. | คนดีประกอบด้วยธรรม ๒ |
| ๑. | กตัญญุตา ความเป็นผู้รู้คุณ |
| ๒. | กตเวทิตา ความเป็นผู้ตอบแทนคุณ |
หมวดธรรมสามข้อ |
| ๑. | พระรัตนตรัย หรือสิ่งมีค่า ๓ |
| ๑. | พระพุทธ ท่านผู้ตรัสรู้ดี |
| ๒. | พระธรรม ความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้และสั่งสอน |
| ๓. | พระสงฆ์ หมู่พระสาวกผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ (ตามที่พระพุทธเจ้าตรัสสั่งสอน) |
| ๒. | หลักคำสอนทางพระพุทธศาสนา ๓ ข้อ |
| ๑. | เว้นความชั่วทั้งปวง |
| ๒. | บำเพ็ญความดี |
| ๓. | ชำระจิตของตนให้สะอาด |
| ๓. | หลักการศึกษาทางพระพุทธศาสนา หรือสิกขา ๓ |
| ๑. | การศึกษาเรื่องศีล (สีลสิกขา) คือ ความประพฤติทางกาย วาจา |
| ๒. | การศึกษาเรื่องจิต (จิตตสิกขา) คือ การทำจิตให้สงบ |
| ๓. | การศึกษาเรื่องปัญญา (ปัญญาสิกขา) คือ ความรู้แจ้งเห็นจริง |
| ๔. | บุญกิริยาวัตถุ ที่ตั้งแห่งการทำบุญ ๓ |
| ๑. | การเอื้อเฟื้อให้ปัน (ทาน) |
| ๒. | ความประพฤติดีทางกาย วาจา (ศีล) |
| ๓. | การอบรมจิตและปัญญา (ภาวนา) |
| ๕. | ความประพฤติชอบหรือสุจริต ๓ |
| ๑. | ความประพฤติชอบทางกาย (กายสุจริต) |
| ๒. | ความประพฤติชอบทางวาจา (วจีสุจริต) |
| ๓. | ความประพฤติชอบทางใจ (มโนสุจริต) |
| หมวดธรรมสี่ข้อ |
| ๑. | ความจริงอันประเสริฐ หรืออริยสัจ ๔ ประการ |
| ๑. | ทุกข์ (ทุกข์) |
| ๒. | เหตุให้เกิดทุกข์ (สมุทัย) |
| ๓. | ความดับทุกข์ (นิโรธ) |
| ๔. | ทางหรือข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ (มรรค) |
| ๒. | อธิษฐานธรรม (ธรรมที่ควรไว้ในใจ) ๔ |
| ๑. | ปัญญา พิจารณาเหตุผล |
| ๒. | สัจจะ จริงวาจาและจริงใจ |
| ๓. | จาคะ การสละสิ่งที่ชั่วหรือผิดพลาด |
| ๔. | อุปสมะ ความสงบระงับ |
| ๓. | อิทธิบาท (คุณธรรมที่ทำให้บรรลุความสำเร็จ) ๔ |
| ๑. | พอใจในสิ่งนั้น (ฉันทะ) |
| ๒. | เพียรพยายามในสิ่งนั้น (วิริยะ) |
| ๓. | เอาใจฝักใฝ่ในสิ่งนั้น (จิตตะ) |
| ๔. | พิจารณาสอบสวนในสิ่งนั้น (วิมังสา) |
| ๔. | พรหมวิหาร (ธรรมประจำใจของผู้ประเสริฐ) ๔ |
| ๑. | ไมตรีจิตคิดจะให้เป็นสุข (เมตตา) |
| ๒. | คิดจะช่วยให้พ้นทุกข์ (กรุณา) |
| ๓. | พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี (มุทิตา) |
| ๔. | วางใจเป็นกลางไม่ลำเอียง (อุเบกขา) |
| ๕. | สังคหวัตถุ (ธรรมอันเป็นที่ตั้งแห่งการสงเคราะห์) ๔ |
| ๑. | เอื้อเฟื้อให้ปัน (ทาน) |
| ๒. | พูดจาอ่อนหวาน (ปิยวาจา) |
| ๓. | บำเพ็ญประโยชน์ (อัตถจริยา) |
| ๔. | วางตัวให้เข้ากันได้ ไม่ยกตนข่มท่าน (สมานัตตตา) |
| ๖. | ความเพียรชอบ ๔ |
| ๑. | เพียรระวังความชั่วความผิดพลาด |
| ๒. | เพียรละเว้นความชั่วความผิดพลาด |
| ๓. | เพียรทำคุณงามความดีให้เกิดขึ้น |
| ๔. | เพียรรักษาคุณงามความดีไว้ไม่ให้เสื่อม |
| หมวดธรรมห้าข้อ |
| ๑. | ธรรมะที่ทำให้อาจหาญมั่นใจในตนเอง (เวสารัชชกรณธรรม) ๕ |
| ๑. | เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ (ศรัทธา) |
| ๒. | มีความประพฤติดี (ศีล) |
| ๓. | มีความรู้ดี ศึกษาหาความรู้ (พาหุสัจจะ) |
| ๔. | มีความขยันหมั่นเพียร (วิริยารัมภะ) |
| ๕. | ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล (ปัญญา) |
| ๒. | ธรรมะที่เป็นกำลัง (พลธรรม) ๕ |
| ๑. | เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ (ศรัทธา) |
| ๒. | มีความเพียร (วิริยะ) |
| ๓. | มีสติควบคุม (สติ) |
| ๔. | มีใจตั้งมั่น ไม่ฟุ้งซ่าน (สมาธิ) |
| ๕. | ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล (ปัญญา) |
| ๓. | ความเจริญแบบอารยะ (อริยวัฑฒิ) ๕ |
| ๑. | เชื่อในสิ่งที่ควรเชื่อ (ศรัทธา) |
| ๒. | มีความประพฤติดี (ศีล) |
| ๓. | มีความรู้ดี (สุตะ) |
| ๔. | เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ปัน (จาคะ) |
| ๕. | ใช้ปัญญาพิจารณาเหตุผล (ปัญญา) |
| ๔. | ศีล ๕ (คู่กับธรรม ๕) |
| ๑. | เว้นจากการฆ่า |
| ๒. | เว้นจากการลักขโมย |
| ๓. | เว้นจากการประพฤติผิดในกาม |
| ๔. | เว้นจากการพูดปด |
| ๕. | เว้นจากสิ่งเสพติดหรือเครื่องดองของเมา |
| ๕. | ธรรม ๕ (คู่กับศีล ๕) |
| ๑. | มีความปรารถนาดีไมตรีจิต |
| ๒. | ประกอบอาชีพสุจริต |
| ๓. | สำรวมในกาม |
| ๔. | พูดคำสัตย์จริง |
| ๕. | มีสติสำรวมระวัง |
| หมวดธรรมหกข้อ |
ธรรม ๖ ข้อ ที่สร้างความกลมเกลียวและสามัคคี (สาราณียธรรม ธรรมะ ที่ทำให้ระลึกถึงกัน) |
| ๑. | แสดงไมตรีจิตด้วยพฤติกรรมทางกาย |
| ๒. | แสดงไมตรีจิตด้วยพฤติกรรมทางวาจา |
| ๓. | มีไมตรีจิตทางความนึกคิด |
| ๔. | เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้ปัน |
| ๕. | มีระเบียบวินัยร่วมกับคนอื่น |
| ๖. | มีความเห็นที่ถูกต้องร่วมกับคนอื่น |
หมวดธรรมเจ็ดข้อ
|
| ๑. | สัปปุริสธรรม หรือธรรมของคนดี ๗ |
| ๑. | การรู้เหตุ |
| ๒. | การรู้ผล |
| ๓. | การรู้ตน |
| ๔. | การรู้ประมาณ |
| ๕. | การรู้กาลเวลา |
| ๖. | การรู้ประชุมชน |
| ๗. | การรู้ปัจเจกบุคคล |
| ๒. | สัปปุริสธรรม ๗ หรือธรรมของคนดีอีกอย่างหนึ่ง |
| ๑. | ความเชื่ออย่างมีเหตุผล (ศรัทธา) |
| ๒. | ความละอายต่อความชั่ว (หิริ) |
| ๓. | ความเกรงกลัวต่อความชั่ว (โอตตัปปะ) |
| ๔. | ความรู้หรือการศึกษาดี |
| ๕. | ความเพียร |
| ๖. | สติ |
| ๗. | ปัญญา |
| ๓. | อริยทรัพย์ หรือทรัพย์ประเสริฐ ๗ อย่าง |
| ๑. | ความเชื่ออย่างมีเหตุผล |
| ๒. | ความประพฤติดีมีศีล |
| ๓. | ความละอายต่อความชั่ว |
| ๔. | ความเกรงกลัวต่อความชั่ว |
| ๕. | ความรู้หรือการศึกษาดี |
| ๖. | เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ |
| ๗. | ปัญญา |
| ๔. | วัตตบท ๗ เหมาะสำหรับบุคคลผู้เป็นหัวหน้า |
| ๑. | เลี้ยงดูบิดามารดา |
| ๒. | อ่อนน้อมต่อผู้ใหญ่ในสกุล |
| ๓. | พูดจาอ่อนหวานผูกมิตร |
| ๔. | เว้นจากการพูดยุยงหรือส่อเสียดให้แตกร้าว |
| ๕. | ขจัดความตระหนี่ |
| ๖. | มีสัจจะ |
| ๗. | ระงับหรือควบคุมความโกรธ |
| หมวดธรรมแปดข้อ |
| ๑. | โลกธรรม หรือธรรมประจำโลก ๘ ประการ |
| ๑. | ได้ลาภ |
| ๒. | เสื่อมลาภ |
| ๓. | ได้ยศ |
| ๔. | เสื่อมยศ |
| ๕. | สรรเสริญ |
| ๖. | นินทา |
| ๗. | สุข |
| ๘. | ทุกข์ |
| ๒. | อริยมรรค หรือหนทางอันประเสริฐ ๘ ประการ |
| ๑. | ปัญญาเห็นชอบ (สัมมาทิฎฐิ) |
| ๒. | ความดำริหรือความคิดชอบ (สัมมาสังกัปปะ) |
| ๓. | วาจาชอบ (สัมมาวาจา) |
| ๔. | การกระทำชอบ (สัมมากัมมันตะ) |
| ๕. | การเลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ) |
| ๖. | ความเพียรชอบ (สัมมาวายามะ) |
| ๗. | การระลึกชอบ (สัมมาสติ) |
| ๘. | การทำใจให้ตั้งมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ) |